พต.อ.อนุชา กิติวิภาต "การแก้ไขปัญหาเบื้องต้นของไทย กรณีโรฮิงญา"

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี ชั้น 7 ถนนพญาไท
แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์ 02-218-7461
โทรสาร 02-218-7459

Contact us at

Mekong Studies Center, Institute of Asian Studies Chulalongkorn University
7th FL. Prajadhipok-Rambhai Barni Building
Phyathai Rd. Patumwan Bangkok 10330
THAILAND
Tel. 02-218-7461
Fax. 02-218-7459
Website counter

เชียงของในวันนี้

บทคัดย่องานวิจัย



เชียงของในวันนี้

ธัญญาทิพย์ ศรีพนา

นักวิจัยด้านเวียดนามศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปริญญาเอกทางรัฐศาสตร์ คณะกฎหมายและรัฐศาสตร์ Universite de Provence (มหาวิทยาลัย​ Aix-Marseille III) ประเทศฝรั่งเศส

 

เผยแพร่ครั้งแรกที่เวบไซต์ www.thaiworls.org 17 มีนาคม 2557

เชียงของเป็นอำเภอหนึ่ง ของจังหวัดเชียงรายที่อยู่ไกลโพ้น  สุดแดนสยาม  ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง  ตรงข้ามกับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  แม่น้ำโขงที่กั้นเชียงของกับลาวมีระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตร เชียงของห่างจากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงรายเป็นระยะทาง 114  กม.และห่างจากอำเภอเชียงแสนประมาณ 55 กม. เชียงของมีความสำคัญทั้งในทางภูมิศาสตร์เศรษฐกิจ  วัฒนธรรม กลุ่มชาติพันธุ์ การท่องเที่ยว และมีความสำคัญในฐานะส่วนหนึ่งของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

เชียงของมีประชากรกลุ่มชาติพันธุ์ไม่น้อย กว่า  9  กลุ่ม เช่น ไทลื้อ ลาหู่ ขมุ มูเซอ ม้ง เย้า อีก้อ ลีซอ จีนฮ่อ  เป็นต้น ชุมชนไทลื้อที่เชียงของจะอาศัยอยู่ที่บ้านห้วยเม็ง บ้านหาดบ้าย และบ้านศรีดอนชัย  ชาวไทลื้อนี้มีชื่อเสียงในด้านผ้าทอลายน้ำไหล นอกจากนี้ เชียงของยังมีวัดวาอารามที่งดงามและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์  เช่น วัดพระแก้วซึ่งมีความเกี่ยวพันกับพระแก้วมรกต

เชียงของมีชื่อเสียงในเรื่องการจับปลาบึก  ซึ่งฤดูการจับปลาบึกนั้นอยู่ระหว่างกลางเดือนเมษายน ถึงพฤษภาคมของทุกปี  แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ปลาบึกมีจำนวนน้อยลงทุกที  เนื่องจากระบบนิเวศน์ในแม่น้ำโขงได้เปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากการระเบิดเกาะ แก่งในแม่น้ำโขงในพื้นที่เหนืออำเภอเชียงแสนขึ้นไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา  และเนื่องจากการเปิดปิดน้ำของเขื่อนจีนอันทำให้การขึ้นลงของน้ำไม่เป็นไปตาม ธรรมชาติ

ความสำคัญยิ่งประการหนึ่งของเชียงของ  ก็คือ เชียงของเป็นประตูเชื่อมไปสู่ลาวและจีนตอนใต้ด้วยเส้นทาง R3A ยิ่งกว่านั้น สะพานข้ามแม่น้ำโขงเชื่อมไทย-ลาวที่เชียงของเพิ่งเปิดใช้เมื่อวันที่  11 ธันวาคม 2013 ที่ผ่านมา ก็ยิ่งทำให้เชียงของมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น  สะพานทำให้การเดินทางของผู้คน การขนส่งเคลื่อนย้ายสินค้าระหว่างเชียงของ-ลาว และเชียงของ-จีนตอนใต้เป็นไปได้สะดวกและง่ายขึ้น เป็นที่คาดหวังกันว่า  การใช้สะพานจะนำมาซึ่งการเพิ่มขึ้นของมูลค่าการค้าและการเพิ่มขึ้นของจำนวน นักท่องเที่ยวในอนาคตอันใกล้  อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้เขียนสนใจนั้นมิใช่สถิติการค้า  แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเมืองเล็กๆ อย่างเชียงของ  และผลกระทบบางประการที่เกิดขึ้นหลังจากที่สะพานข้ามแม่น้ำโขงได้เริ่มเปิด ใช้แล้ว


  สะพานข้ามแม่น้ำโขงเชียงของ-ห้วยทราย หรือ สะพานมิตรภาพ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย)
    https://www.google.co.th/

 

  
  สะพานข้ามแม่น้ำโขงเชียงของ-ห้วยทราย หรือ สะพานมิตรภาพ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย)
    https://www.google.co.th/

 

 
  ด่านพรมแดนเชียงของ  อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ถ่ายภาพโดย ธัญญาทิพย์ ศรีพนา 19 กุมภาพันธ์ 2014

 


    “ด่านสากลขัวมิตรภาพ 4 ห้วยซาย-เชียงของ”  ที่ห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว  
(International Border Control Friendship Bridge IV Houayxay-Chiang  Khong) ถ่ายภาพโดย ธัญญาทิพย์ ศรีพนา 19 กุมภาพันธ์  2014

 


    “ด่านสากลขัวมิตรภาพ 4 ห้วยซาย-เชียงของ”  ที่ห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว (International  Border Control Friendship Bridge IV Houayxay-Chiang Khong) ถ่ายภาพโดย  ธัญญาทิพย์ ศรีพนา 19 กุมภาพันธ์ 2014

 

จากการสำรวจพื้นที่อำเภอเชียงของ  อำเภอเชียงแสน อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงรายและท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน อีกทั้ง จากการพบปะพูดคุยกับภาคเอกชน  ผู้ประกอบการรายเล็กรายใหญ่ ชาวบ้าน    เจ้าหน้าที่ของรัฐบางหน่วยงานที่อำเภอเชียงของในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2014 ผู้เขียนได้รับรู้ข้อมูลบางประการและสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงและปัญหาที่ เกิดขึ้นในพื้นที่เชียงของและพื้นที่ใกล้เคียง  จะขอหยิบยกมาบางประเด็น ดังเช่น

ราคาที่ดินที่สูงขึ้น

คุณธนิสร  กระฎุมพร ประธานหอการค้า อำเภอเชียงของได้เล่าให้ฟังว่า  นับตั้งแต่ได้มีการประกาศว่าจะมีการสร้างสะพาน ราคาที่ดินติดถนนตามจุดสำคัญ ๆ  สูงขึ้นไร่ละกว่า 5-6 ล้านบาท  แตกต่างจากราคาในอดีตอย่างไม่น่าเชื่อ และที่ดินโดยทั่วไปแม้ว่าจะไม่ติดถนน  หรือห่างไกลจากแม่น้ำโขงก็ตาม   ราคาก็สูงขึ้นหลายเท่าด้วยเช่นกัน  และกลุ่มทุนใหญ่นอกพื้นที่ก็ได้มาซื้อที่ดินหลายแห่ง

ถนนเส้นหลักที่ผ่านเมืองเชียงของ

ถนนเส้นหลักที่ผ่านเมืองเชียงของเป็นถนนสอง ช่องทางและแคบ  ในช่วงก่อนการเปิดใช้สะพานการจราจรจะคับคั่งมาก  เพราะต้องขนส่งสินค้าลงที่ท่าเรือบั๊กซึ่งรถบรรทุกต้องผ่านถนนเส้นนี้  หลังจากเปิดใช้สะพานแล้ว รถบรรทุกที่ผ่านบนถนนเส้นนี้มีจำนวนน้อยลง กระนั้นก็ตาม  ถนนเส้นนี้ก็ยังมีความแคบและคับคั่งเมื่อรถของชาวเมืองและนักท่องเที่ยวไทย และจีนจอดข้างทาง  เคยมีการพูดถึงการสร้างถนนเลี่ยงเมือง แต่แล้วก็เงียบหายไปจะด้วยเหตุอันใดก็ตาม

การขยายถนนระหว่างเชียงของและเชียงแสน

การขยายถนนระหว่างเชียงของและเชียงแสนเป็น โครงการที่ดีและจะยังประโยชน์ให้กับการขนส่งสินค้าและการเดินทางของผู้คน  ถนนสายนี้ หากขยายเสร็จสิ้นจะทำให้การสัญจร การเดินทางของผู้คน นักท่องเที่ยว  การขนสินค้าไปยังท่าเรือเชียงแสนมีความรวดเร็วปลอดภัย  ประหยัดเวลาและมีความปลอดภัยในการเดินทางมากยิ่งขึ้น แต่การขยายถนนเส้นนี้ไม่เสร็จลุล่วงเสียที  บางช่วงเป็นลูกรังขรุขระ และช่วงต่อของถนนมีความต่างระดับทำให้รถกระดอน  เกิดความเสียหายและเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ขณะนี้ ผู้รับเหมาก่อสร้างถนนช่วงนี้  ทำงานไม่รอบคอบ ละเลยความปลอดภัย  ก่อให้เกิดอุบัติเหตุถึงชีวิตหลายรายแล้วแม้จะเป็นช่วงเวลากลางวันก็ตาม  ยิ่งกว่านี้ การเดินทางในช่วงเวลากลางคืนจะมีความเสี่ยงอย่างยิ่ง หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบใส่ใจในปัญหานี้เพียงใด  ?

การไม่ปรับตัวของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐภายหลังการเปิดสะพานข้ามแม่น้ำโขง

ตัวอย่างของการไม่ปรับตัวนี้  อาจยกตัวอย่างได้จากกรณีของการไม่ปลดป้ายชี้ทางไปยังจุดตรวจคนเข้าเมืองแห่ง เก่าที่เคยเป็นจุดตรวจคนเข้าเมืองสำหรับคนไทยและต่างชาติ  แต่เมื่อสะพานข้ามแม่น้ำโขงได้เปิดใช้แล้ว  การเดินทางเข้าออกประเทศไทยและการตรวจตราหนังสือเดินทางกระทำได้เพียงที่ที่ ทำการตรวจคนเข้าเมืองที่สะพานเท่านั้น  ซึ่งทิศทางเดินทางไปยังสะพานอยู่ในทางตรงกันข้ามกับจุดตรวจคนเข้าเมืองจุด เดิม

แต่ป้ายนี้ก็ยังไม่ถูกปลดออกไป  มิหนำซ้ำป้ายนี้ยังตั้งอยู่ข้างหน้าสถานีตำรวจภูธรเชียงของ  การที่ยังคงป้ายดังกล่าวไว้จึงก่อให้เกิดความสับสนต่อทั้งคนไทยและโดยเฉพาะ อย่างยิ่งชาวต่างชาติ  เมื่อผู้เขียนถามเจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าสถานีตำรวจว่า  ทำไมถึงไม่ปลดป้ายออก ก็ได้รับคำตอบว่า เป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานอื่น  มิใช่ของสถานีตำรวจของตน เรื่องนี้คงต้องให้ผู้อ่านพิจารณาเอาเอง


  ป้ายที่ควรจะปลดออกตั้งอยู่เยื้องกับสถานีตำรวจภูธรเชียงของ  ถ่ายภาพโดย ธัญญาทิพย์ ศรีพนา 17  กุมภาพันธ์ 2014

 



  ป้ายที่ควรจะปลดออกตั้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีตำรวจภูธรเชียงของ  ถ่ายภาพโดย ธัญญาทิพย์ ศรีพนา 17 กุมภาพันธ์ 2014

 


  สถานีตำรวจภูธรเชียงของ  ถ่ายภาพโดย ธัญญาทิพย์ ศรีพนา 17 กุมภาพันธ์ 2014

 

ค่าโดยสารรถตุ๊กตุ๊กในเมืองในอัตราที่สูงไม่สมเหตุสมผล

เนื่องจากที่อำเภอเชียงของไม่มีรถเมล์ โดยสารให้บริการเหมือนในหลายๆอำเภอ  ในหลายๆ จังหวัด จะมีก็แต่รถตุ๊กตุ๊กสามล้อให้บริการ ค่าโดยสารคิดเป็นรายคน  ค่าโดยสารในเมืองต่อเที่ยวมีราคาถึง 30 บาทต่อคนต่อเที่ยว  แม้แต่ในระยะทางใกล้เพียง 50 หรือ 100 เมตรซึ่งนับว่าแพงอย่างยิ่ง  เพราะเชียงของเป็นเมืองเล็ก แต่ละจุดไม่ไกลจากกัน ยิ่งกว่านั้น  หากจะเดินทางไปยังสะพานข้ามแม่น้ำโขง ซึ่งอยู่ไกลออกไปประมาณ 10 กม. ค่าโดยสารอยู่ในอัตราถึง 150 บาทต่อคน แต่หากโดยสารกันไปหลายคน อัตราค่าโดยสารจะลดลงตามจำนวนคน  การให้บริการรถเมล์โดยสารไปยังสะพานดังเช่นกรณีที่มุกดาหาร ยังไม่มี  กรณีที่มุกดาหารนั้น ค่าโดยสารจากสถานี บขส. ไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สะพาน  อยู่ที่ประมาณ 50 บาทต่อคนต่อเที่ยว ซึ่งยังถือว่าสมเหตุสมผล  นักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศที่ไม่ได้ขับรถมาต่างพากันบ่นในเรื่องอัตราค่า โดยสารที่เชียงของนี้

แรงงานที่ขนสินค้าขึ้นลงเรือริมแม่น้ำโขงมีรายได้ลดลง

การขนส่งสินค้าส่วนใหญ่จะผ่านทางสะพาน  ส่วนสินค้าที่มีขนาดเล็ก ของชาวบ้าน หรือของพ่อค้า แม่ค้าไทยรายเล็กๆ ที่จะส่งไปฝั่งลาวที่มีมูลค่าไม่เกิน  40,000  บาท สามารถขนส่งได้ที่ท่าผาถ่าน และท่าเรือบั๊ก ขณะที่ผู้เขียนนั่งสังเกตการณ์อยู่ที่ริมน้ำที่ท่าผาถ่าน  ชาวบ้านฝั่งลาวก็ได้นำถังแก๊สหุงต้มมาเติมแก๊สที่ฝั่งไทย  การติดต่อเป็นไปง่ายและสะดวก คนลาวจะโทรศัพท์มายังร้านแก๊ส และร้านแก๊สก็จะส่งแก๊สถังใหม่มาสับเปลี่ยนให้  โดยผู้ขนส่งถังนั้นเป็นชาวบ้านที่เป็นแรงงานขนสินค้าดังกล่าว

ชาวบ้านที่เป็นแรงงานขนสินค้าขึ้นลงเรือ เล่าว่า  จากการที่การขนส่งสินค้าเปลี่ยนไปใช้เส้นทางสะพาน  ทำให้พวกเขาขนของขึ้นลงที่ผาถ่านได้น้อยลง และมีรายได้ต่อวันลดน้อยลง หรือ บางรายขาดรายได้ไปเลย ซึ่งมีผลต่อการดำรงชีวิตของผู้คนเหล่านี้  กรณีนี้คงไม่ต่างจากกรณีของแรงงานขนสินค้าที่ท่าเรือจังหวัดมุกดาหารและ นครพนมเมื่อสะพานข้ามแม่น้ำโขงทั้งสองแห่งเปิดใช้งานแล้ว


  ลานกว้างที่ท่าผาถ่าน  ถ่ายภาพโดย ธัญญาทิพย์ ศรีพนา 17  กุมภาพันธ์ 2014

 


  การขนสินค้าไทยไปลาวที่ท่าผาถ่าน  ถ่ายภาพโดย ธัญญาทิพย์ ศรีพนา 17  กุมภาพันธ์ 2014

 


  การขนสินค้าไทย  (ท่อพีวีซี)ไปฝั่งลาวที่ท่าผาถ่าน   ถ่ายภาพโดย ธัญญาทิพย์ ศรีพนา 17  กุมภาพันธ์ 2014

 


  หมอนนั่ง  หมอนหนุนไทยส่งไปฝั่งลาว ถ่ายภาพโดย ธัญญาทิพย์ ศรีพนา 17 กุมภาพันธ์ 2014

 


  มอเตอร์ไซค์สามล้อที่มารับถังแก๊สจากลาวเพื่อไปเปลี่ยนถังใหม่  ถ่ายภาพโดย ธัญญาทิพย์ ศรีพนา 17 กุมภาพันธ์ 2014

 

วิถีชีวิตชาวบ้านและความสงบที่เปลี่ยนไป

ปลัดเทศบาลตำบลเวียงเชียงของและเจ้าของร้าน อาหารแห่งหนึ่งในเมือง  เล่าให้ฟังว่า ความสงบของเมืองและของชาวบ้านต้องเปลี่ยนไปเนื่องจากการทะลักของนักท่อง เที่ยวจีนที่ขับรถมาจากจีนที่ไร้ระเบียบวินัย  ทั้งในกิริยาการพูดคุยเสียงดัง การขากและบ้วนน้ำลายซึ่งคนเชียงของไม่ชินกับสิ่งเหล่านี้  ความไร้ระเบียบวินัยในการขับรถ การไม่เคารพกฎจราจรและขับรถเร็วโดยประมาท  การจอดรถขวางทางตามอำเภอใจ หรือแม้แต่  การข้ามถนนของคนจีนที่ไม่สนใจรถที่แล่นผ่านไปมา ชาวเชียงของที่ผู้เขียนได้พบปะ  ทุกคนได้แสดงความไม่สบายใจและรู้สึกว่าถูกบุกรุกจาก “การทะลัก” เข้ามาของนักท่องเที่ยวจีนเหล่านี้อย่างยิ่ง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันหยุดยาว เช่น ตรุษจีน

อุปสรรคด้านภาษาก็นำไปสู่อุปสรรคของการ สร้างความเข้าใจด้วยเช่นกัน  การเฉี่ยวชนที่เกิดขึ้นกับอุปสรรคด้านภาษาทำให้รถของผู้ถูกเฉี่ยวชนชาวเชียง ของต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ  ทั้งนี้ คนจีนไม่สนใจที่จะเจรจาโดยที่ผู้เสียหายไม่สามารถตามจับได้

การทิ้งขยะของคนขับรถบรรทุกที่จอดรอข้ามสะพาน

ปลัดเทศบาลตำบลเวียงเชียงของและชาวบ้านยัง เล่าให้ฟังอีกว่า  การทิ้งขยะตามอำเภอใจของคนขับรถบรรทุกที่รอข้ามสะพานก่อให้เกิดความสกปรก เน่าเหม็นเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่เป็นภาระของเทศบาลที่ต้องหาทางแก้ปัญหา  ปัญหาขยะมูลฝอยก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งของเมืองที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตและกำลัง เปิดสู่ภายนอก  ที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบบางประการเท่านั้นที่ เชียงของกำลังประสบอยู่

นอกจากนี้ ในปัจจุบัน  คนเชียงของส่วนหนึ่งกำลังผลักดันความคิดเกี่ยวกับ “หนึ่งเมืองสองแบบ”  ซึ่งเป็นความพยายามที่จะอนุรักษ์เมืองเก่าให้ถูกกระทบจากการเปลี่ยนแปลง น้อยที่สุด  ในขณะที่ได้เสนอให้มีการสร้างเมืองใหม่ที่จะตั้งอยู่ไปทางที่ตั้งสะพานข้าม แม่น้ำโขง  อย่างไรก็ตาม แนวความคิดนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดและอยู่ในระหว่างการระดมความคิด  อีกทั้งพยายามผลักดันการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ  ซึ่งก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นได้หรือไม่  เพราะเชียงแสนและแม่สายก็เป็นอีกสองอำเภอที่กำลังถูกพิจารณาให้สร้างเขต เศรษฐกิจพิเศษด้วยเช่นกัน

การท่องเที่ยวเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่น่าจะ ได้รับการผลักดันอย่างเป็นระบบมากกว่าที่เป็นอยู่  เพื่อที่ว่า ผู้มาเยือนครั้งหนึ่งแล้วจะได้อยากกลับมาเยือนอีก

ประเด็นเกี่ยวกับนายทุนจีนที่จะเข้ามามาก ขึ้นก็เป็นอีกประเด็นที่ไม่ควรมองข้าม  การซื้อที่ดินในเชียงของและพื้นที่ใกล้เคียงโดยนายทุนจีนในนามของ nominee  ไทยเป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยและหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของเชียงของไม่ควรมองข้าม และคงจะต้องหาทางคิดว่าจะรับมือกับสิ่งนี้อย่างไร

เรื่องราวและประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอนาคต ของเชียงของในวันที่เชียงของเป็นประตูผ่านไปสู่จีนตอนใต้และมีสะพานข้ามแม่ น้ำโขง  ยังมีอีกมากมาย ขณะเดียวกัน เชียงของก็เป็นประตูที่ทุนจีนผ่านเข้ามา (และจะผ่านเข้ามาพร้อมกับการเข้ามาอยู่อาศัยของคนจีนในพื้นที่เชียงของ)  ไม่ว่าชาวเชียงของจะต้องการหรือไม่ก็ตาม  เชียงของจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร  และจะเผชิญกับผลกระทบทางวัฒนธรรม ผลกระทบต่อวิถีชีวิต การดำเนินชีวิต  ความเป็นอยู่อย่างไร เป็นสิ่งที่ต้องเตรียมรับมือ

Keywords : เชียงของ แม่น้ำโขง   จีน ลาว สะพานมิตรภาพ 4  (เชียงของ-ห้วยทราย)  ธัญญาทิพย์ ศรีพนา